.


.
ตรังแห่ยืนยันตัวตนร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส” แน่นธ.กรุงไทยหลังเข้าแอพไม่ได้ หวังช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พบหลายรายเมิน รอลุ้นสมัครบัตรประชารัฐรอบใหม่ ได้เงินทุกเดือน แถมมากกว่า
.
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐสนับสนุน 60% ประชาชน 40% ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. โดยเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 หรือ 4 เดือน แต่ละเดือนมีวงเงินสมทบเดือนละ 1,000 บาท ใช้ไม่หมดวงเงินจะไม่ทบเดือนถัดไป
.
โดยบรรยากาศในส่วนของจังหวัดตรัง พบว่า ประชาชนที่ยังไม่มีแอพหรือยืนยันตัวตนเข้าแอพเป๋าตังไม่ได้ ต่างเดินทางแห่ไปธนาคารกรุงไทยทุกสาขา อาทิ บรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาห้างสิริบรรณ ภายในเขตเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง พบว่าประชาชนจำนวนมากเดินทางมาใช้บริการธนาคารหลังประสบปัญหายืนยันตัวตนไม่ได้ เช่น เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ , เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ทำให้ยืนยันตัวตนไม่ได้ ขณะที่บางส่วนมาทำใหม่เป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาติดขัดปัญหาเนื่องจากไม่เคยได้เข้าร่วมโครงการ
.
อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งที่เดินทางมาธนาคารเพื่อดำเนินการขอร่วมโครงการเช่นกัน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนไม่ได้ร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะได้รับคำชี้แจงจากผู้นำว่าไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยเหตุผลว่ามีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้ลาออกแล้ว จึงมาธนาคารเพื่อจะร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นครั้งแรก คิดว่าจะต้องได้สิทธิ จะได้มีเงินไปซื้อนม แพมเพิสให้หลาน หรือของใช้จำเป็นต่อไป
.
ด้านชาวบ้านอีกราย บอกว่า คราวที่แล้วไม่ได้ร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะคนแน่นธนาคารไม่มีเวลารอ จึงไม่ได้รับสิทธิ และเคยได้ทำบัตรประชารัฐ แต่ไม่ได้ร่วมโครงการต่อเนื่อง บัตรประชารัฐจึงขาดไป รอบนี้ไทยช่วยไทยพลัสมาก่อน จึงยอมมาธนาคาร หวังว่าได้ร่วมโครงการ ระหว่างรอรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนทำบัตรประชารัฐรอบใหม่ และหวังว่ารัฐจะเปิดให้ลงทะเบียนทำบัตรประชารัฐรอบใหม่หลังสิ้นสุดโครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบนี้ไปก่อน แต่ก็มีชาวบ้านบางคนไม่มีบัตรประชารัฐเหมือนกัน และไม่กล้าลงทะเบียนร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบนี้ เพราะกลัวว่าหากรัฐเปิดให้ลงทะเบียนทำบัตรประชารัฐใหม่ในช่วงนี้ จะเสียสิทธิทำบัตรประชารัฐ เพราะมองว่าหากได้บัตรประชารัฐ จะได้เงินช่วยเหลือจากรัฐทุกเดือน ดีกว่าคนละครึ่ง หรือไทยช่วยไทยพลัส
.
จากการสอบถามประชาชนผู้มารับบริการส่วนใหญ่ต่างก็หวังว่า หากได้รับสิทธิร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสในครั้งนี้ จะนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในครัวเรือน เช่น ซื้อกับข้าว ข้าวสาร หรือของใช้จำเป็นในครัวเรือน เชื่อว่าสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้
.
อย่างไรก็ตามมีประชาชนบางรายประกาศไม่ร่วมโครงการ โดยมองว่าเคยร่วมโครงการครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่ร่วมอีกเลย เพราะรัฐให้ประชาชนออกครึ่งหนึ่งด้วย โดยเอาภาษีประชาชนมาใช้ และยังจะให้ประชาชนออกด้วยอีก ไม่เป็นธรรม และครั้งนี้จะกู้เงินจากต่างประเทศมาทำโครงการโดยเก็บภาษีจากประชาชนซ้ำอีก จึงไม่เห็นด้วย และไม่ขอร่วมโครงการ หากอยากช่วยประชาชนก็ควรช่วยมาเลย ไม่ต้องให้ประชาชนออกเพิ่ม เพราะทำให้เดือดร้อนต้องควักจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง
.














.





