.


.
ตรัง-ผู้ประกอบการสุราชุมชน ระบุ การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการเปิดกว้างทางกฎหมาย ช่วยเพิ่มช่องทางตลาดให้สินค้าชุมชน กระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ให้เกษตรกรและแรงงานในท้องถิ่น พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
.
"..การพัฒนาอุตสาหกรรมสุราชุมชนไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกวัตถุดิบ และก่อให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นตลอดห่วงโซ่การผลิต.."
.


นายประสิทธิ์ สำนักเหยา ผู้ประกอบการสุราชุมชนยอดข้าวสุราทิพย์ จังหวัดตรัง
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าว www.trangtoday.net รายงานว่า ในส่วนของการปลดล็อกกฎหมายสุราชุมชนกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเปิดทางให้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่เครื่องดื่มรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังช่วยขยายตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และสร้างการจ้างงานในชุมชนตลอดห่วงโซ่การผลิต
.
ทั้งนี้ ฝ่ายผู้ประกอบการเชื่อว่า หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านมาตรฐานการผลิต การตลาด และการส่งออก จะช่วยยกระดับสุราชุมชนไทยจากสินค้าพื้นบ้านสู่สินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
.










.
นายประสิทธิ์ สำนักเหยา ผู้ประกอบการสุราชุมชนยอดข้าวสุราทิพย์ จังหวัดตรัง กล่าวว่า การปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสุราชุมชนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น
.
ในส่วนของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น นายประสิทธิ์ มองว่า จะส่งผลดีต่อยอดขายของผู้ผลิตสุราชุมชน โดยเฉพาะสินค้าที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด เนื่องจากประชาชนมีเวลาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านสถานบันเทิงได้รับผลกระทบไม่มากนัก เพราะยังคงอยู่ในกรอบเวลาการให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจโดยรวม
.
นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การปลดล็อกกฎหมายสุราชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งได้รับการยอมรับจากตลาดสมัยใหม่มากขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่มีเพียงสุราขาวแบบดั้งเดิม ปัจจุบันได้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อาทิ สาโท และเครื่องดื่มหมักที่พัฒนาเป็นรสชาติต่าง ๆ เช่น ลิ้นจี่ เลมอน และบ๊วย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในชุมชน นอกจากนี้ การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกฎหมายยังส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ผับ บาร์ และภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับระบบการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ
.










.
นายประสิทธิ์ บอกอีกว่า ขณะเดียวกัน ภายหลังการเปิดทางให้ผู้ผลิตสุราชุมชนสามารถผลิตสุรากลั่นประเภทเหล้าสีได้ หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรัง ได้เข้ามาให้คำแนะนำด้านกฎหมายและมาตรฐานการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมให้โรงงานสามารถยกระดับจากโรงงานขนาดเล็กไปสู่โรงงานขนาดย่อมหรือขนาดกลางในอนาคต
.
“..การพัฒนาอุตสาหกรรมสุราชุมชนไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกวัตถุดิบ และก่อให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นตลอดห่วงโซ่การผลิต..”
.
นายประสิทธิ์ ทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมา โรงงานยอดข้าวสุราทิพย์ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในการนำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจัดแสดงในงาน THAIFEX ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่สำคัญของเอเชีย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สาเกที่สามารถขยายตลาดไปยัง สปป.ลาว และเตรียมส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการสนับสนุนด้านกฎหมายและมาตรฐานการผลิต สามารถยกระดับสุราชุมชนไทยสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม
.





