ชาวตรังโวย! จัดงานคาราวานสินค้าปิดศาลากลาง10วัน10คืน แย่งกำลังซื้อท้องถิ่น อ่วมเก็บค่าเช่าที่ 1.5-1.8 หมื่น โซเชี่ยลสงสัยเงินเข้ากระเป๋าใคร วอนหน่วยงานตรวจสอบ


.

.

ชาวตรังโวย! จัดงานคาราวานสินค้าปิดศาลากลาง10วัน10คืน แย่งกำลังซื้อท้องถิ่น เดือดร้อนรถติด แม่ค้าเผย อ่วมเก็บค่าเช่าที่บูธละ 1.5-1.8 หมื่น ค่าไฟดวงละ40/วัน ขาดทุนทุกงาน โซเชี่ยลสงสัยเงินเข้ากระเป๋าใคร วอนหน่วยงานตรวจสอบด่วนเก็บค่าเช่าบนที่หลวง เผย ผู้ว่าฯนั่งหัวโต๊ะอนุมัติใช้พื้นที่

.

ตรัง-ชาวตรังโวย! จัดงานคาราวานสินค้าปิดศาลากลาง10วัน10คืน ฟรีคอนเสิร์ตอลังการณ์ แย่งกำลังซื้อท้องถิ่น ทำเดือดร้อนรถติด-ไม่มีที่จอดติดต่อราชการ แม่ค้าเผย อ่วมเก็บค่าเช่าที่บูธละ 1.5-1.8 หมื่น ค่าไฟดวงละ40/วัน ศก.ไม่ดีขาดทุนทุกงาน โซเชี่ยลสงสัยเงินเข้ากระเป๋าใคร จี้แจงรายรับ-รายจ่าย ไม่พบข้อมูลจัดจ้างบนเว็บพช. วอนหน่วยงานตรวจสอบด่วน เก็บค่าเช่าบนที่หลวง เผย ผู้ว่าฯนั่งหัวโต๊ะอนุมัติใช้พื้นที่

.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนชาวจังหวัดตรัง โดยเฉพาะในโลกโซเชี่ยล ถึงการจัดงาน “ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น อัตศิลป์ถิ่นตรัง” ระหว่างวันที่ 6-15 กันยายน 2567 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง 10 วัน 10 คืน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง โดยเป็นการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าชุมชน มีกิจกรรมบนเวทีกลางทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00-21.00 น. อาทิ งานเดินแบบแสดงผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นตรัง การประกวดสุนทรพจน์ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โชว์การออกแบบลายผ้าอัตลักษณ์ตรัง การประกวดข้าวหลามพื้นถิ่นตรัง และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง และชมฟรีคอนเสิร์ตทุกคืนตั้งแต่เวลา 21.00-23.00 น. จากศิลปินชื่อดัง อาทิ บ่าววี , มาลีฮวนน่า , หนังตะลุงน้องเดียว , โนราไข่เหลี้ยม , เตยวีรยา เป็นต้น โดยพื้นที่จัดงานบริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ใจกลางศาลากลางจังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่จอดรถสำหรับบรรดาข้างราชการทุกหน่วยงานที่ทำงานบนศาลากลาง รวมถึงประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

.

.

จากการสอบถามทั้งข้าราชการและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ ต่างบ่นกันเป็นเสียงเดียวว่า การจัดงานดังกล่าวถึง 10วัน 10 คืน ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมาก ทั้งเรื่องที่จอดรถ และสภาพรถติดบริเวณรอบศาลากลางเชื่อต่อไปถึงเขตเมืองทับเที่ยง เพราะเดินการจราจรก็ติดขัดอยู่แล้วจากการก่อสร้างๆต่างๆที่ยังไม่แล้วเสร็จบริเวณศาลากลาง ทั้งโครงการก่อสร้างหอประชุมจังหวัดตรัง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างจัตุรัสเมืองตรังบริเวณหอนาฬิกาตรัง เป็นต้น อีกทั้งศาลากลางจังหวัดตรังไม่เคยมีผู้บริหารอนุมัติให้ใช้จัดงานมานานแล้วเนื่องจากผลกระทบข้างต้น โดยส่วนใหญ่งานจำพวกคาราวานสินค้าจะไปจัดที่สนามกีฬาทุ่งแจ้ง ซึ่งมีพื้นที่กว้างและอยู่ชานเมืองมากกว่า การจัดงานใจกลางเมืองเช่นนี้จึงเกิดมีข้อสงสัยว่าด้วยเหตุผลใด และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วย โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าเช่าที่ที่มีการซอยเป็นหลายร้อยบธูซึ่งเป็นพื้นที่ราชการหรือที่ดินธนารักษ์โดยเรียกเก็บจากบรรดาผู้ค้าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เงินที่ได้เข้าหลวงหรือไม่อย่างไร

.

ทั้งนี้ชาวตรังผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “จิระศักดิ์ ควนจันทร์” ชาวตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ได้โพสตั้งข้อสังเกตถึงการจัดงานดังกล่าวว่า “หรอยๆ อีเว้นท์ศาลากลาง 10 วัน 10 คืน เศรษฐกิจดี มีกินมีใช้ มีเบี้ยซื้อ” , “คนตรังก็มีหัวใจนะจะบอกให้” , “งานหลวง งบประมาณหลวง เก็บค่าที่เอาไปไหน ให้ใคร” โดยมีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ กรรมการครึ่ง วัดครึ่งครับ , ค่าที่แพง แม่ค้าในจังหวัดไม่ได้ขายส่วนใหญ่แม่ค้าจากอื่นเพกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดได้จริงหรือ? , อีเวนท์มีได้ให้พอดีพองาม แต่ถ้ามากไปก็ไม่ไหว สุดท้ายเป็นการใช้งบประมาณที่สิ้นเปลือง , เศรษฐกิจ​ทรุดฝนตกคนม่ายเบี้ยไม่เที่ยวไม่เกี่ยวเจ้าของอีเวนท์​ขาดทุนแม่ค้าไม่จองแผงซองขาวลดสักครึ่งจ่ายงานหน้าได้ม้ายนายหัว? , เงินดิจิมอลม้ายครับ , มีงบประมาณม้ายครับ , ออแกนไนซ์ ผู้รับเหมา เอเจนซี เขารู้ธรรมเนียม , ควรจัดบรรทัดฐานใหม่ : งบประมาณหลวง ว่าจ้างคนจัดงาน ผู้รับจ้างจัดงานไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บเงินค่าที่จากพ่อค้าแม่ค้า มันผิดกฎหมายมั้ย????? , เขาว่าล็อกละหมื่นห้ากับหมื่นแปดจริงม้ายคะ แม่ค้าในหลาดเขาแหลงกัน ศก.คึกคัก , งานหลวง งบหลวง เก็บค่าที่เอาไปไหน พ่อค้าแม่ค้าได้ผลกำไรจากการไปเช่าไปขายที่ตรงนั้น แต่เงินที่นำมาสร้างสถานที่ตรงนั้น คือเงินภาษีของทุกๆคนนะครับ แต่คนที่ใช้ประโยชน์ มีแค่คนบางกลุ่มซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้า เค้าจึงต้องเสียค่าที่ค่าบำรุงรักษาสถานที่นั้น เงินที่เก็บได้นั้นท่านๆๆๆทั้งหลายที่มีอำนาจ นำมาบำรุงรักษา อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยรึป่าว แต่ถ้าจะชี้ถึงการทุจริต เงินเก็บได้เท่าไหร่ บำรุงจิปาถะเท่าไหร่เหลือเท่าไหร่ นั้นคือสิ่งที่ควรแจ้งให้ ประชาชน รับทราบอย่างโปรงใสครับ”

.

.

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจัดงานสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มาออกร้านขายของ โดยแม่ค้ารายหนึ่งระบุว่า ต้องจ่ายค่าเช่าที่บธูๆละ 1.5 หมื่นบาทสำหรับโซนขายของทั่วไป และโซนใกล้เวที 1.8 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีค่าไฟ โดยจ่ายตามจำนวนหลอดไฟที่ใช้ ดวงละ 40บาทต่อวัน ร้านตนมีไฟ 20 ดวง ต้องจ่ายวันละ 800บาท รวม 10 วัน จ่าย 8 พันบาท ด้านแม่ค้าสินค้าเร่ชาวตรังอีกราย กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปขายด้วยเพราะสู้ค่าเช่าที่ไม่ไหว โดยมีการแจ้งเปิดรับผู้ค้ากันในไลน์กลุ่มคนขายของชาวตรัง ก็มีทั้งคนสนใจและไม่สนใจ แต่ตนไปไม่ไหวเพราะค่าที่แพงมากและกลัวจะขายไม่ได้ ขาดทุน เพราะงานคาราวานสินค้าเร่ที่ผ่านมาในจังหวัดตรังหลายงานที่ตนไปขาดขาดทุนตลอด ทั้งค่าลงของ ค่าแรงลูกน้อง ค่าเช่า เพราะไม่มีคนมาซื้อของ เศรษฐกิจไม่ดี คนตรังไม่มีเงิน และมีการจัดงานถี่มาก และยังนำพ่อค้าแม่ค้าเร่จากที่อื่นมาขายแย่งแย่งกำลังซื้อในจังหวัด อีกทั้งรูปแบบการจัดงานก็เป็นแบบเดิมๆ ไม่สามารถดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวภายนอกเข้าสู่จังหวัดได้ และเชื่อว่าจัด 10วัน10คืนใจกลางเมืองแบบนี้ จะกระทบพ่อค้าแม้ค้าในเขตเทศบาลนครตรังแน่นอน  

.

รายงานข่าวแจ้งว่า เป็นที่น่าสังเกตอีกอย่างว่า ในแบนเนอร์โปรโมทงาน กลับมี 2 แบบที่ไม่เหมือนกัน โดยแบนเนอร์ซึ่งส่วนราการ อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง , ประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง แชร์ เป็นแบบที่มีเพียงรายละเอียดกิจกรรมงาน ขณะที่แบนเนอร์ที่มีการส่งไลน์ในกลุ่มผู้ค้า กลับมีท่อนล่างที่ระบุเบอร์มือถือผู้ประสานรับจองบธูร้านค้า รวมถึงเลขบัญชีการรับโอน โดยระบุชื่อ เจ๊..อ… ซึ่งแบนเนอร์ทั้ง 2 แบบ มีการออกแบบในส่วนบนเหมือนกัน ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างจากเว็บไวต์ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง www.trang.cdd.go.th ไม่พบการเปิดเผยรายละเอียดโครงการจัดซื้อจัดจ้างงานดังกล่าวในหมวดแสดงการเปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการแต่อย่างใด

.

รายงานข่าวจากศาลากลางจังหวัดตรังแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการ กำกับดูแล การใช้ประโยชน์ศาลากลางจังหวัดตรัง ครั้งที่ 2/2567 โดยมี ปลัดจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุม ที่ห้องลิบง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง โดยที่ประชุมเห็นชอบตามที่เครือข่ายกลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง ขอใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น อัตศิลป์ถิ่นตรัง ประจำปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นและเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน อีกทั้ง เพื่อกระตุ้นตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพ ผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ตลาดการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดตรัง จะดำเนินการระหว่างวันที่ 6-15 กันยายน 2567 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว

///

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest

Social Media

Most Popular

Categories

สุราชุมชนตรังคึกคัก! หลังกฎหมายใหม่เปิดตลาด-ขยายเวลาขาย หนุนเศรษฐกิจฐานราก-ดันสู่สากล

ตรัง-ผู้ประกอบการสุราชุมชน ระบุ การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการเปิดกว้างทางกฎหมาย ช่วยเพิ่มช่องทางตลาดให้สินค้าชุมชน กระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ให้เกษตรกรและแรงงานในท้องถิ่น พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ผวจ.ตรังเปิดงานใหญ่ “Trang Sport Series” ขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นศก. ดึงนทท.สัมผัสความงามหาดปากเมง ประตูสู่อันดามัน

ตรัง-ผู้ว่าฯตรังเปิดงานใหญ่ “Trang Sport Series” ขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามหาดปากเมง ประตูสู่อันดามัน

ตรังแห่ยืนยันตัวตนร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส” แน่นธ.กรุงไทยหลังเข้าแอพไม่ได้ หวังช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พบหลายรายเมิน รอลุ้นสมัครบัตรประชารัฐรอบใหม่ ได้เงินทุกเดือน แถมมากกว่า

ตรังแห่ยืนยันตัวตนร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส” แน่นธ.กรุงไทยหลังเข้าแอพไม่ได้ หวังช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พบหลายรายเมิน รอลุ้นสมัครบัตรประชารัฐรอบใหม่ ได้เงินทุกเดือน แถมมากกว่า  

ค้นหาหัวข้อข่าวที่คุณสนใจ

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors