เกาะกระดานยืน1 ชายหาดดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ทำรายได้เข้าอุทยานฯเจ้าไหมพุ่งทะลุ 2 ล้าน/เดือน สูงสุดในประวัติการณ์ “หน.อุทยานฯ” ฟิตรับท่องเที่ยว ยัน ทุกบาททุกสตางค์เข้าหลวง


.

.

ตรัง-เกาะกระดานยืน1 ชายหาดดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ทำรายได้ค่าเข้าอุทยานฯเจ้าไหมเดือนมกราคมต้นปี พุ่งทะลุ 2 ล้านบาท สูงสุดในประวัติการณ์ หลังเหตุอื้อฉาวจัดเก็บต่ำผิดปกติในยุคก่อน หน.อุทยานฯ ฟิต เตรียมพร้อมรับท่องเที่ยว ยัน ทุกบาททุกสตางค์เข้าหลวง ให้กรมอุทยานฯจัดสรรกลับมาพัฒนาพื้นที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า จากกรณีเว็บไซต์ World beach guide ของประเทศอังกฤษ จัดลำดับให้เกาะกระดาน จ.ตรัง เป็นชายหาดที่ดีที่สุดประจำปี 2566 และในปี 2567 สองปีซ้อน ซึ่งเป็นการยืนยันความสวยงามของเกาะกระดานอีกครั้ง ทำให้ช่วงนี้บรรดานักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเดินทางมาเที่ยวกักระดานกันอย่างเนืองแน่น ส่งผลต่อยอดการจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังจากเมื่อปี 2566 เกิดกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำทีมชุดพญาเสือลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจพื้นที่เกาะกระดาน เขตอุทยานฯหาดเจ้าไหม โดยเข้าสุ่มตรวจบริเวณหน้าถ้ำมรกต ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหมเข้ามาจัดเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด พร้อมข้อสังเกตว่า ผู้ประกอบการอาจมีการจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่โดยไม่ผ่านตั๋วเข้าชมหรือไม่ เพราะตัวเลขการจัดเก็บต่ำมากเพียงวันละหลักหมื่นบาท หรือเดือนที่เก็บได้สูงสุดประมาณ 30,000 – 40,000 บาทเท่านั้น ขณะที่อุทยานฯอื่นใกล้เคียง เก็บได้หลักหลายแสนบาทต่อวัน พร้อมสั่งการให้นายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในขณะนั้น ทำรายงานชี้แจงด่วน ต่อมานายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงนามคำสั่งโยกย้ายลงวันที่ 6ธ.ค.2566 ย้ายนายพริษฐ์ ไปประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 และ ให้ นายแสงสุรี ซองทอง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สบอ.5 ไปเป็น หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหมแทนในปัจจุบัน จนทำให้ข้อมูลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในเดือนธันวาคม 2566 มีรายได้สูงขึ้นทันที โดยจัดเก็บได้ถึง 1,734,010 บาทในเดือนเดียว 

.

.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้รายงานผลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมประจำเดือนมกราคม 2567 พบว่า อุทยานฯเจ้าไหมจัดเก็บรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากต่อเนื่องกัน 2 เดือน หลังมีการตรวจสอบและมีการให้หัวหน้าอุทยานฯคนใหม่เข้ามาทำงานแทน โดยเดือนธันวาคม 2566 จัดเก็บได้ 1,734,010 บาท และ มกราคม 2567 อุทยานฯจัดเก็บได้ 2,009,550 บาท ถือว่าสูงที่สุดในประวัติการณ์ เพิ่มจากเดือนธันวาคมประมาณ 300,000 บาท เมื่อตรวจสอบรายได้ประจำวันพบว่า หลายวันเก็บได้สูงกว่า 70,000-80,000 บาท บางวันได้สูงเกือบ 100,000 บาท ( วันที่ 6 ม.ค.เก็บได้ 92,980 บาท) เฉลี่ยแต่ละวันอุทยานฯเจ้าไหม จัดเก็บค่าธรรมเนียมได้วันละกว่า 64,000 บาท   

.

ด้านนายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า รายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมทุกบาททุกสตางค์ จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ และนำเงินส่งเข้ากรมอุทยานฯทั้งหมด ส่วนในเรื่องของการกระจายรายได้กลับมานั้น ทางกรมอุทยานฯจะเป็นผู้จัดสรรงบประมาณจากเงินรายได้ร้อยละ 20 ส่งกลับคืนมาให้อุทยานฯ ตามระยะเวลาที่กรมอุทยานฯกำหนดประมาณ 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2567  ส่วนอีกร้อยละ 5 ก็จะจัดสรรกระจายส่งไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตอุทยานฯ โดยกรมอุทยานฯจะมีคณะกรรมการจัดสรรเงินรายได้ของกรมเป็นผู้จัดสรรทั้งหมด เช่นเดียวกับอุทยานฯอื่นๆทั่วประเทศ  ส่วนของอุทยานฯหาดเจ้าไหมตั้งเป้าเอาไว้เรื่องการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ด้านการจัดเก็บรายได้ก็เป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ก็มีความเข้มงวดในการจัดเก็บให้ถูกต้องตามระเบียบที่กรมกำหนดไว้ มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ด้วยว่ามีการจัดเก็บเป็นอย่างไร รวมไปการสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการทั้งหมด ทั้งเรื่องการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เรื่องระเบียบต่างๆซึ่งตอนนี้ทางผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมถึงผู้ประกอบการจากจังหวัดอื่นๆใกล้เคียงก็จะมีหน่วยงานของกรมอุทยานในพื้นที่อยู่แล้ว ก็จะต้องทำการประชาสัมพันธ์กันไป ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนการจัดเก็บแบบ E-tickit  อยู่ในแผนของกรมอุทยานฯอยู่แล้ว เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับทางกรมอุทยานฯ เพราะจะต้องใช้ระเบียบเดียวกันทั้งหมด 

.

หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหม กล่าวด้วยว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว หลังจากถูกจัดลำดับเป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2567 นั้น ชายหาดเกาะกระดานเป็นชายหาดที่ยาวมาก สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก ตอนนี้ยังอยู่ในภาวะที่ยังรับได้ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถกระจายไปตามชายหาดที่มีอยู่ แต่สิ่งที่ทำเร่งด่วน คือ เรื่องของห้องน้ำเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในเบื้องต้น ช่วงสงกรานต์ก็สามารถรองรับได้ คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวน่าจะมากขึ้น แต่ว่าในช่วงปกตินี้เท่าที่ติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ยังทรงตัวอยู่ทุกวัน

.

ภาพ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest

Social Media

Most Popular

ตรังปลุก “ซอฟต์เพาเวอร์” จัดใหญ่ “งานเทศกาลลูกลม ชมถ้ำเขาช้างหาย เรียนรู้วัฒนธรรมนาหมื่นศรี” 1-5 มี.ค.นี้ ผู้ว่าฯหนุนท้องถิ่นใช้กลไกโซเชี่ยลมีเดียผลักดัน-สร้างการรับรู้

อ่านต่อ »

ตรังพร้อม! เจ้าภาพประชุมใหญ่ไลออนส์สากล 15-17 มี.ค.นี้ ขนสมาชิก 3 พันคน กิน-จ่าย-เที่ยวเกาะกระดาน คาดสะพัดกว่า 200 ล้าน “ชวน” ปธ.พิธีเปิด สุดพิเศษพบ “วงคาราบาว” ทิ้งทวนคอนเสิร์ตเต็มวงครั้งสุดท้าย

อ่านต่อ »

ชื่นมื่น 12 คู่วิวาห์ใต้สมุทรวันแรก หลั่งน้ำสังข์บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ คู่รักจีน-มาเลฯ-อินโด-อินฟูลฯดังแห่ร่วม นั่งตุ๊กๆหัวกบ ถ่ายพรีเวดดิ้งสุดโรแมนติก ชิมเมนูฟิวชั่นซอฟต์เพาเวอร์อาหารตรัง ก่อนดำน้ำจดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเล

อ่านต่อ »

Categories

ตรังปลุก “ซอฟต์เพาเวอร์” จัดใหญ่ “งานเทศกาลลูกลม ชมถ้ำเขาช้างหาย เรียนรู้วัฒนธรรมนาหมื่นศรี” 1-5 มี.ค.นี้ ผู้ว่าฯหนุนท้องถิ่นใช้กลไกโซเชี่ยลมีเดียผลักดัน-สร้างการรับรู้

ตรัง-จังหวัดตรังปลุก “ซอฟต์เพาเวอร์” จัดใหญ่ “งานเทศกาลลูกลม ชมถ้ำเขาช้างหาย เรียนรู้วัฒนธรรมนาหมื่นศรี” อนุรักษ์วิถีวัฒนธรรม ชุมชนทำนา-ผ้าทอมือ 1-5 มี.ค.นี้ เผยตำนานร้อยปีลูกลมตรัง บุตรแห่งพระพาย ผู้ว่าฯหนุนท้องถิ่น ใช้กลไกโซเชี่ยลมีเดีย ร่วมผลักดัน-สร้างการรับรู้

ตรังพร้อม! เจ้าภาพประชุมใหญ่ไลออนส์สากล 15-17 มี.ค.นี้ ขนสมาชิก 3 พันคน กิน-จ่าย-เที่ยวเกาะกระดาน คาดสะพัดกว่า 200 ล้าน “ชวน” ปธ.พิธีเปิด สุดพิเศษพบ “วงคาราบาว” ทิ้งทวนคอนเสิร์ตเต็มวงครั้งสุดท้าย

ตรัง-ตรังพร้อม! เจ้าภาพประชุมใหญ่ไลออนส์สากล 15-17 มีนาคมนี้ ขนสมาชิกกว่า 3 พันจับจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ กินอาหารตรัง-เที่ยวเกาะกระดาน CSRเกาะสุกร ไฮไลท์พาเหรดกลางเมือง “ของดีบ้านฉัน” คาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 200 ล้าน “ชวน หลีกภัย” ประธานพิธีเปิด งานเลี้ยงสุดพิเศษพบกับ “วงคาราบาว” ทิ้งทวนคอนเสิร์ตเต็มวงครั้งสุดท้าย

“ปางหลองเจ้า” ห้องพักสไตล์แคมป์ปิ้ง บรรยากาศร่มรื่นกลางสวนปาล์ม ยกยอยักษ์ นั่งเล่นริมท่าชมแม่น้ำตรัง สงบ-อร่อย เหมาะแก่การพักผ่อน

ตรัง-อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี พัฒนาบ้านเกิด ใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันและยางพารา 10 ไร่ เป็นร้านอาหาร คาเฟ่ โฮมสเตย์ สไตล์แคมป์ปิ้ง ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่นเย็นสบาย ยกยอยักษ์ นั่งเล่นริมท่าชมแม่น้ำตรัง เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน

ค้นหาหัวข้อข่าวที่คุณสนใจ

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors